ถอดรหัสลายเซ็นให้เป็นเศรษฐี

ถอดรหัสลายเซ็นให้เป็นเศรษฐี

 

โดย อาจารย์สมศักดิ์ วิวัฒน์ไพศาล 

      (นักดูลายเซ็นรุ่นแรกของเมืองไทย คอลัมน์ประจำนิตยสารดิฉัน)

 

 

สำหรับเจ้าของกิจการ ลายเซ็นที่ดีตามหลักการต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

 

อ่านง่าย ชัดเจน ปลอมยาก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ลายเซ็นที่มีความซับซ้อน ที่คิดว่าปลอมยาก เอาเข้าจริงๆ แล้วปลอมง่าย เพราะมีข้อสังเกตที่ชัด ลายเซ็นที่เหมือนการเขียนธรรมดากลับปลอมยาก ไม่ว่าจะปลอมน้ำหนัก ช่องไฟ อันนี้ปลอมได้ยาก คนไม่ค่อยสังเกตกันครับ

 

 

ความสำคัญของลายเซ็นกับดวงชะตาและการทำงานสอดคล้องกันอย่างไร

 

ถ้าในแง่ของอิทธิพลหรือพลังนั้น ลายเซ็นมันเป็นผลไม่ใช่เหตุครับ ต้องพูดกลับทางกันด้วยซ้ำไปว่า เจ้าชะตาหรือเจ้าของลายเซ็นมีอิทธิพลต่อลายเซ็น เพราะเวลาที่เขาเป็นอย่างไร จะมีการสะท้อนให้เห็นพฤติกรรม แนวคิด สุขภาพ มาในตัวลายเซ็น แต่ลายเซ็นไม่ได้เป็นตัวส่งอิทธิพลให้เขาเป็นอย่างนั้น มันแค่สะท้อนให้เห็น ถ้าถามว่าลายเซ็นส่งผลต่อเจ้าของลายเซ็นไหม มันมีน้อยครับ ถ้าจะมีก็ 2 เรื่อง คือ

 

 

  1. อุปาทาน คือ รับรู้ว่าถ้าเซ็นอย่างนี้แล้วจะดี ก็จะมีความเขื่อ คือถ้าเขาเชื่อว่าเซ็นอย่างนั้นแล้วดี แล้วเขารู้สึกดีขึ้นจากการเซ็น มันจะดีวันดีคืนจริงๆ เพราะว่ากำลังใจมีกำลังใจมา แต่ถ้ามีคนบอกว่าเซ็นอย่างนี้ไม่ดี จะเสียทรัพย์ จะป่วยไข้ ซึ่งบางคนก็เคยเซ็นมาตั้งนานแล้ว พอรู้ปั๊ป ก็รู้สึกไม่ค่อยดี หน้ามืด หวิวแล้ว มันเป็นอิทธิพลจากอุปาทาน
  2. ข้อยกเว้นในบางกรณี เช่น หากเซ็นลักษณะนี้แล้วคนอ่านลายเซ็นเป็นจะมองว่าคนแบบนี้ไม่น่ารับเข้าทำงาน คนนี้เซ็นแล้วเส้นบรรทัดไม่ตรง คดไป โค้งมา ท่าทางจะไม่ค่อยรับผิดชอบ ซึ่งมันเป็นข้อยกเว้นในบางกรณีที่ลายเซ็นมีผลต่อเจ้าชะตา แต่โดยทั่วไปแล้ว พลังของลายเซ็นมันไม่มี ไม่ส่งผลครับ

 

 

ถ้าเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จ ลายเซ็นที่ดีจะมีลักษณะแบบไหน ตามหลักการ


เท่าที่เห็นอันดับแรก คือ พลังในการเซ็นครับ สังเกตุได้จากความสม่ำเสมอของเส้น พลังในการเซ็น คือ เป็นธรรมชาติ มีชีวิตชีวา ความหนักเบาเท่ากัน จะมีคำที่เรียกกันในหมอดูลายเซ็นว่า โค้งเป็นโค้ง ตรงเป็นตรง โค้งเป็นโค้ง คือ มันมีความหนา ความบางของการเหวี่ยงโค้งตามปกติ สะท้อนถึงความมั่นใจ ความเป็นปกติ ความสงบของจิตใจ ส่วนตรงเป็นตรง ก็คือ เวลาเป็นเส้นตรงนี่ลากไม่คดเลย เพราะใจเขานิ่ง คนที่มีสมาธิ มีจิตนิ่ง คนที่มองอะไรแจ่มใสชัดเจน ทำอะไรก็สำเร็จ อันนี้จับแบบวิทยาศาสตร์เลยที่สะท้อนได้

 

ส่วนคนที่เขียนตัวล้มๆ หวั่นไหว เขียนคำไม่ครบคำ บางทีอาจ สะท้อนจากความรู้สึกขณะที่กำลังเซ็น ย้ำว่าขณะที่กำลังเซ็น เพราะลายเซ็นมันเปลี่ยนแปลงตามนิสัยและอารมณ์ได้เหมือนกัน ถ้าคนที่ลักษณะการเซ็น อ่านได้ยาก ล้มบ้าง เอนบ้าง บางทีมันสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในบางวาระ บางโอกาส ส่วนเรื่องของการม้วนที่ปลายลายเซ็น บางที่สะท้อนถึงอารมณ์ในขณะนั้น เช่น การม้วนหรือขอดลงในบางโอกาส  แสดงว่าคนเซ็นอยู่ในภาวะเครียด กังวล แต่ถ้าปกติเป็นคนเซ็นอย่างนี้ตลอดไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน (การม้วนหรือขอดลงที่ปลายลายเซ็น) บางทีสะท้อนถึงความช่างจำ เจ็บแล้วจำ ระวังตัวเยอะ บ้างก็ว่าอาฆาตไปเลยก็มี

 

 

ถ้าดูจากลักษณะลายเซ็นแล้วทราบว่าเป็นลายเซ็นที่ไม่เหมาะสมกับเจ้าของหรือเป็นลักษณะที่ไม่ดี จะแก้ไขเบื้องต้นได้อย่างไร


ขอนิยามคำว่าเหมาะสมก่อนครับว่า ต้องเป็นธรรมชาติของเจ้าของลายเซ็นจริงๆ แต่ถ้ามองว่าคนดวงชะตาราศีแบบนี้ หรือ คนอยากมีสุขภาพดี ต้องเซ็นแบบนี้ จะไม่ใช่นิยามที่ตรงกับสิ่งที่เรากำลังพูดถึง คำว่าเหมาะสมในที่นี้ หมายถึง คนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้ (ไม่ใช่ดวงแบบนี้น่ะครับ) สุขภาพแบบนี้  ลายเซ็นน่าจะเป็นแบบนี้  


โดยมากมักไม่เจอคนที่ไม่เหมาะสมกับลายเซ็นของตัวเอง แต่เรามักเจอคนที่มีคนแนะนำมาแล้วว่า ควรเปลี่ยนลายเซ็นเป็นแบบนี้ ซึ่งอาจไม่ค่อยเหมือนลักษณะจริงที่เขาเป็นอยู่ เพราะเขาปรุงแต่งมาอยากให้เป็นอย่างนั้น ทำให้เราจะเห็นความเครียดในลายเซ็นนั้นอยู่เหมือนกัน คือ เวลาที่เซ็นจะปั้นให้เป็นอย่างที่คนเขาบอกว่า ต้องเซ็นอย่างนี้ถึงจะดี คนเซ็นก็เลยเกร็ง ซึ่งจะดูได้จาก เส้นมันจะหยุด มีรอยสะดุดของจุดหมึก เส้นจะไม่สม่ำเสมอ พอนานๆเข้า ถ้ายังไม่มีการปรับเปลี่ยนลายเซ็นให้ลงตัวก็จะมีความเครียดตามมาได้ ความเครียดที่ว่า ก็คือ กลัวเซ็นได้ไม่ดีตามที่บอกมา แล้วจะไม่รวย ไม่รุ่ง ธรรมชาติของลายเซ็นจะมีความเฉพาะตัวของมันอยู่ ที่ถามว่าเหมาะไหม คือ ต้องเป็นธรรมชาติเท่านั้นเองครับ

 


กรณีที่เจ้าของกิจการกำลังประสบปัญหามากๆ ลายเซ็นในเวลานั้นจะมีลักษณะแบบไหน


มีลายเซ็นของประธานาธิบดีนิกสันดูได้จากวันสุดท้ายที่ออกจากทำเนียบขาวกับวันที่เข้าทำงานแรก เซ็นไม่เหมือนกันเลย คือตอนที่แย่ ล้มเหลว และลาออกไปช่วงคดีวอเตอร์เกตส์ มีการเซ็นไม่ครบตัว คือ เซ็นตัวเอ็น แล้วตัวที่สองเป็นเส้นลากทิ้งไปเลย เหมือนกับไม่อยากเซ็นต่อแล้ว ไม่อยากรับผิดชอบแล้ว ข้อสังเกตุง่ายๆ (เมื่อเจ้าของลายเซ็นกำลังประสบปัญหา) คือ 1 น้ำหนักไม่สม่ำเสมอ พลังไม่ค่อยมี 2 การเซ็นที่ตัวอักษรล้ม (ซึ่งลายเซ็นธรรมดามักขนานกัน) ตัวหลังอาจจะเอนไม่เท่ากัน เป็นเส้นลากทิ้ง เซ็นไม่ครบตัว ในบางคนถ้ามีความเครียดมากๆ ให้ดูตอนเหวี่ยงโค้ง หรือ เซ็นโค้ง ซึ่งช่วงที่ควรจะโค้งแต่กลับขรุขระ มันแสดงถึงความเครียด ในบางกรณีแสดงถึงอาการเบื้องต้นของโรคหัวใจ ซึ่งได้จากการอ่านเจอเส้นโค้งที่เป็นหยักๆ ผิดจากธรรมชาติที่ไม่ลื่นไหล ไม่มีน้ำหนัก


ถ้ากิจการกำลังมีปัญหามากๆ เรียกว่าอยู่ขอบเหวกันเลย ควรจะเปลี่ยนลายเซ็นหรือเปล่า


มี 2 วิธีการ ถ้าเรามุ่งเอาผลให้อาการเขาดีขึ้น จะต้องดูว่าเขาเป็นคนที่มี ตรรกะอย่างไร บางครั้งเราก็อาศัยผลจากอุปาทาน คือ ถ้าคนที่ ตรรกะดี แล้วเขาล้มเหลว ผมจะไม่แนะนำให้เขาเปลี่ยนลายเซ็น แต่จะแนะนำในสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์มากกว่า คือ ให้เขาฝึกคัดลายมือ หรือ เขียนชื่อ หรือ เซ็นก็ได้ ซึ่งให้ผลในการรวบรวมสมาธิ เป็นการฝึกจิตแบบหนึ่ง พอเขานิ่งแล้ว ก็ใช้วิธีการคิดทบทวนสาเหตุ คิดวิเคราะห์ในตอนนั้น คือ ถ้านิ่ง แล้วน้อมจิตมาใช้ปัญญาพิจารณา ว่า เกิดอะไรขึ้น แล้วไปแก้ไขที่พฤติกรรมนั้น สาเหตุนั้น สิ่งที่น่าทึ่งก็คือลายเซ็นมันเปลี่ยนตาม พอทุกอย่างดีขึ้น ลายเซ็นมันจะเป็นตัวบ่งชี้ แต่ไม่ใช่ตัวบังคับ มันบ่งชี้หรือสะท้อนว่าจิตของเขาดีขึ้นแล้ว


แต่ในบางรายที่เชื่อเรื่องนี้มากๆ ก็จะบอกว่า ตั้งใจให้ดี แล้วจะดี เช่นบางกรณีเก็บเงินไม่อยู่ ผมจะยกเอารูปแบบจากข้อสังเกตหรือแนวคิดที่ว่า การเซ็นตัวอักษรตัวแลกของชื่อ มันสะท้อนการใช้เงิน แต่ตัวอักษรตัวแรกของนามสกุลมันสะท้อนการเก็บเงิน ดังนั้นเวลาเซ็นแต่ละครั้งให้ตั้งใจ สังเกตว่า ถ้าอักษรตัวแรกของชื่อใหญ่กว่าอักษรตัวแรกของนามสกุล ระวังเก็บเงินไม่อยู่ สิ่งที่ตามมาก็คือเวลาที่เซ็นบัตรเครดิตต่างๆ เขาจะคอยคิดระวังเรื่องของการใช้จ่าย ก็เลยเก็บเงินอยู่ พอเก็บเงินอยู่มันไม่ได้มาจากลายเซ็น แต่มาจากการที่มีสติมากขึ้น


 ตอนที่เซ็นก็จะคิดถึงหรือระวังเรื่องเก็บเงินไม่อยู่ เรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้รูดบัตรเครดิตน้อยลง ใช้น้อยลง กระทั่งตอนหลังก็มีฐานะขึ้น ซึ่งเขาก็จะมองว่า วิธีการเปลี่ยนลายเซ็นลักษณะนี้ มันเจ๋งมาก เยี่ยมมากเลยอาจารย์ ผมจะบอกว่า ไม่ใช่เพราะผม เพราะคุณนั่นแหละ พฤติกรรมมันปรับเปลี่ยนแล้วตั้งแต่วันนี้

 

แต่บางคนได้ความมั่นใจกลับมา ภาคภูมิใจที่เขาทำได้ด้วยตนเอง ผมมีความเชื่อว่า ศาสตร์ที่ดีต้องไม่ขัดแย้งกับพระพุทธเจ้า กับ ต้องทำให้คนพึ่งตนเองได้

 

 

คนทั่วไปรู้กันว่า ลายเซ็นนั้นเป็นตัวแทนตัวตนของคนๆนั้น  ถ้าเราอยากดูลายเซ็นลูกน้อง/ลูกค้า/หุ้นส่วน แบบง่ายๆ เพื่อให้รู้ว่าคนๆนั้นเป็นคนเช่นไร พอจะบอกหลักการง่ายๆให้เจ้าของกิจการว่าควรดูอย่างไรบ้าง

 

ผมให้ไว้ 2 เรื่องหลักที่สำคัญ


เรื่องแรก ความเข้าใจของคนทั่วไป อาจไม่ 100% เข้าใจว่า ลายเซ็นคือ ตัวแทนของเขา ที่จริงอาจไม่ใช่ตัวแทนของเขาแต่อาจเป็นตัวแทนของสิ่งที่เขาอยากจะเป็น ลายเซ็นสะท้อนสิ่งที่เขาอยากจะเป็นอะไร ก็จะปั้น ก็จะสะท้อนความอยากเป็นหรือตัวตนลงไปในลายเซ็น เช่น เซ็นตัวโต ก็จะสง่า มีพลัง แต่ที่บอกได้จริงๆ คือ ลายมือเขียน


ดังนั้นเวลาที่เราดูจดหมายที่เขาเขียนถึง โดยเฉพาะจดหมายถึงเพื่อนจะอ่านอะไรได้เยอะ เพราะ 1.เพื่อนกันเองเขียนแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก 2.ไม่ต้องมีความรู้สึกว่าใครมีอิทธิพลเหนือใคร มันจึงเป็นธรรมชาติเวลาเขาเขียน ลายมือธรรมชาติสะท้อนอะไรเยอะ แล้วไม่ต้องสังเกตสัญลักษณ์พิเศษอะไรเยอะ แต่ปัจจุบันคนพึ่งพา Tablet หรือ คอมพิวเตอร์เยอะ จึงต้องดูผ่านลายเซ็นสัก 70%-80% ก็พอจะดูได้


หลักโดยทั่วไป คือ ความเป็นปกติของตัวอักษร เซ็นเพี้ยนไหม ก.ไก่ เป็น ก.ไก่ บางคนเซ็น บ.ใบไม้ เป็น ม.ม้า มีห่วงเพิ่มห่วงเข้ามา ตัดตรงโน้นเฉือนตรงนี้ก็มี มองในแง่สุขภาพก็จะพยากรณ์ว่า ตัดตรงไหน ก็ปวดตรงนั้น เจ็บตรงนั้น แต่ถ้าอยากให้ดูเรื่องเจ็บป่วย ให้ดูว่าเซ็นเพี้ยนไหม บางคนเขียนสระอุยาว ปกติสระอุต้องสั้นกว่าตัวอักษรข้างบน ซึ่งถ้าเซ็นยาวกว่า อาจสะท้อนถึง 1.อาจเป็นคนยึดติดอยู่กับอดีต เวลาที่ทุกข์แล้วอาจจะเครียดลงไปได้ลึก ลงไปได้เร็ว 2. ห่วงลูกหลาน ห่วงบริวาร เพราะใต้ Base line ในแง่ความสัมพันธ์ จะสะท้อนถึงลูกหลาน หรือ บริวาร ขณะเดียวกันที่มองในเงื่อนเวลา มันคืออดีตที่ผ่านมา กรณีเซ็นแล้วแรงไม่ค่อยมี หรือ เพี้ยนไป หรือ แรงมากเกินไป อย่าง ว.แหวน เซ็นแล้วปิดตัวเอง วนหลายชั้น ก็สะท้อนถึงความคิดซับซ้อน คิดลึกเกินไป หรือ ห่วงที่ไม่ควรจะมีกลับมีเยอะ เช่น บ.ใบไม้ แต่ห่วงเยอะ ก็จะเป็นเรื่องความกังวล ห่วงมันแปลว่าห่วงจริงๆ อันนี้ในแง่พฤติกรรม แต่ในแง่สุขภาพ จะมองว่า ห่วงในที่ๆไม่ควรจะห่วง เป็นในที่ๆไม่ควรจะเป็น หรือ ไม้หันอากาศ ที่หางยาวคลุมด้านหลังเยอะ มันก็สะท้อนพฤติกรรมบางอย่าง คือ การปกป้องคุ้มครองดูแลคนในครอบครัว บางครั้งก็แสดงทั้งการคุ้มครอง ครอบครอง มีอำนาจเหนือเล็กๆก็มี ถ้ามาจากตำแหน่งด้านบน


เรื่องที่สอง คือ ความสมบูรณ์ขององค์ประกอบ คือ ชื่อของคนประกอบด้วย ชื่อ กับ นามสกุลบางตำราจะบอกไว้ว่า ก่อนอายุ 30 ปี เซ็นเน้นชื่อ หลังอายุ 30 ปี เซ็นเน้นนามสกุล ที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ครับ คือ เขาเซ็นครบไหม บางคนเซ็นชื่อเต็ม นามสกุลย่อ นั่นคือ ให้ความสำคัญกับชื่อมากกว่า ตัวตนเขาเขารับผิดชอบเอง บางคนบอกว่า อายุมากแล้ว จะ Low Profile แล้ว เซ็นชื่อย่อก็พอ นามสกุลดัง พวกนี้อาจจะแคร์คนรอบตัว ห่วงใยสังคม มากกว่าตัวเอง หลักง่ายๆ คือ เซ็นชื่อ (นามสกุลย่อ) เน้นตัวเอง เซ็นนามสกุล (ชื่อย่อ) เน้นสังคม บางคนมีชั้นยศ เซ็นทุกครั้งต้องบอกยศด้วย ก็บอกบางอย่างว่า เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องยศ เรื่องศักดิ์น่ะ อาจต้องระวัง เพราะเขาอาจถือยศ ถือเนื้อถือตัว


ต่อมาก็เรื่องความสำคัญของสัญลักษณ์พิเศษ เช่น ตะขอที่ม้วนกลับทาง เครื่องหมายโอเมก้า ที่หมายถึงความคิดสร้างสรรค์ ถ้าเป็นโอเมก้าหงาย จะหมายถึง คนที่แกล้งโง่เป็น พลิกแพลงอะไรเก่ง มีดีในการต่อรอง เป็นเด็กก็สั่งผู้ใหญ่ได้ มันมีเครื่องหมายไม้กระดกที่แปลว่าปฏิภาณไหวพริบ คล้ายตัวการันต์ที่ต่อกับตัว ร.เรือ ยังมีเรื่องของเส้นลากทิ้ง คือ เส้นที่มาจากตัวอักษรใดตัวอักษรหนึ่งแล้วลากต่อไปยาวๆโดยไม่มีความหมายอะไร เรื่องของจุด บางตำราบอกว่าไม่ควรมีเยอะ ถ้ามีจุดปิดท้ายเส้นจะมองว่าไม่ค่อยดี ทำให้ไปไม่รุ่ง แต่บางตำรามองว่ามีจุดปิดท้ายเส้นก็มองว่าทำงานเสร็จแล้ว ไม่ชอบทำอะไรคารา คาซัง ชอบทำให้เสร็จ ถ้ามองในแง่พฤติกรรม จะมองได้ว่าเป็นคนที่ทำงานที่มั่นใจว่าเสร็จแล้ว วางมือเป็น รู้จักพักเป็น

 

แต่ที่แม่นกว่า หากมีโอกาสได้อ่านดู คือ ลายมือ ซึ่งดูได้จาก

 

 

  1. น้ำหนักเส้น สม่ำเสมอไหม กดหนักไหม พวกนี้มุ่งมั่น ไม่ค่อยอภัยใคร ขาว-ดำชัดมาก โลกไม่ค่อยเทา เป็นคนหนักแน่นจริงจัง บางคนเขียนตรงข้าม เส้นบาง ไม่มีพลัง ถ้าไม่ใช่เรื่องสุขภาพ ก็เป็นคนไม่หนักแน่น คนที่เขียนเอนหลังมากๆ อาจจะเจ้าอารมณ์ หรือบางทีอ่อนไหวง่าย โดยมากมาก้าวร้าว ออกไปทางง้อนมากกว่า แต่ถ้าเขียนเอนมาข้างหน้า หรือ ตัวตั้ง ไม่ค่อยพึ่งใคร ถ้าเขียนเอนมาข้างหน้ามากๆ บางทีขวางโลกนิดๆ
  2. ความเอียงของเส้นฐาน บางคนเขียนแล้วบรรทัดลาดลงเรื่อยๆ หรือ แรงตก เป็นพวก Low Profile ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ระแวงเยอะ แต่คนที่เขียนแล้วเฉียงขึ้นเรื่อยๆ เป็นคนมีพลัง มองเห็นทางดีทางได้ไม่ค่อยกลัว อันนี้เป็นค่าเฉลี่ยโดยทั่วไป ซึ่งความเอียงของเส้นฐานก็อยู่ที่การวางกระดาษตอนเขียนอยู่เหมือนกัน
  3. ความตรง ความคดของเส้นฐาน ซึ่งกระดาษที่ไม่มีเส้นบรรทัดจะดูง่าย บางคนมีเส้นบรรทัดยังเขียนคด ซึ่งบางคนจะบอกว่าเป็นนิสัยที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย กรณีที่เป็นกระดาษหน้าคู่ การเขียนเลยตะเข็บหน้าข้ามไปอีกฝั่ง พวกนี้ไม่ค่อยเกรงใจใคร เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ยืมเอา ใช้เครดิตเกินวงเงิน
  4. การเว้นขอบกระดาษ (Margin) บางคนเว้นขอบนิดเดียวขึ้นต้นตัวอักษรแล้ว อันนี้งก ขี้เหนียว บางคนช่วงแรกดูชิด บรรทัดต่อมาจะห่างขึ้นเรื่อยๆ พวกนี้ตอนต้นเก็บเงินดี พอใช้เงินสักพักเพลิน ลืมเก็บ ตรงกันข้ามกับพวกที่ขึ้นต้นมาเว้นระยะห่างแต่ต่อไปค่อยๆชิด พวกนี้ตอนแรกใช้เงินเปลืองแล้วสำนึกว่าเดี๋ยวเก็บเงินไม่อยู่ แล้วค่อยมาเก็บทีหลัง

 

สมัยนี้ใช้อีเมล์ คอมพิวเตอร์หรือ แท็ปเล็ตกันเยอะ โอกาสได้เห็นลายมือก็จะผ่านเอกสารหรือ Memo ผ่านการโน๊ต ผมยืนยันว่า ลายมือเขียนดูได้ชัดเจนกว่า เพราะเขียนแล้วเพลิน ธรรมชาติจริงจะออกมา ส่วนลายเซ็นนั้นผ่านการปรุงมาแล้วชั้นหนึ่ง จึงเห็นได้ไม่ชัดเท่าลายมือเขียน


 

แสดงความคิดเห็น

  • แชร์ไปยัง Facebook ด้วย

กฏ.กติกา.มารยาท
กรุณางดเว้นข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์, รูปภาพที่ไม่เหมาะสม

คำชี้แจง
ความคิดเห็นที่แสดงเป็นของสมาชิกผู้โพสต์ ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคาร
ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า